ตอนมันอยู่บนต้น...ก็ดูงาม ๆ สดชื่น
 
 
 
 
 
 
 
 
มันคือสีสัน ที่แต่งแต้มจากพู่กันของธรรมชาติ
 
 
 
 
 
 
 
 
มันคือตัวแทนของความขัดแย้งกับความกระด้างของฝีมือมนุษย์
 
 
 
 
 
 
 
 
มันคือผลผลิตที่จรรโลงใจ
 
 
 
 
 
 
 
 
มันคือสิ่งที่สอนใจให้รู้เรื่องของวัฏจักร...วงจรชีวิต
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่มีมัน โลกคงดูเหงา ๆ 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วเราก็คงนั่งรอดูมันกลับไปกลับมาอีกครั้ง...เรื่อยเปื่อย
 
 
 
 
 
 
 
ในช่วงขณะที่ผมนั่งมองต้นเฟื่องฟ้า
และนั่งคิดถึงเรื่องของ พื้นคอนกรีตหนึ่งตารางเมตร 
ให้อะไรกับเรา เมื่อเทียบกับ...พื้นดินหนึ่งตารางเมตร
 
พื้นคอนกรีตหนึ่งตารางเมตร ให้พื้นที่สำหรับเราเหยียบเราวางของ ความแข็งแรง
มันให้กับตัวเรา...เท่านั้น
น้ำปูน ชำแรกแทรกผ่านลงไปในร่องเม็ดดิน หลายสิ่งที่ตายดับสูญไป
 
พื้นดินหนึ่งตารางเมตร ให้พื้นที่สำหรับเราเหยียบเราวางของ ความอ่อนนุ่ม
นอกจากมันให้อะไรกับตัวเราแล้ว
 
มันยังให้พื้นที่สำหรับต้นไม้หนึ่งต้นที่เจริญเติบโต
เหนือตัวมัน...
 
ใต้ผืนดินนั้น...มันยังให้ชีวิตกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เอนกอนันต์
มากมายจริง ๆ
 
เพียงแค่ช่องว่าง...หนึ่งตารางเมตร
เปลี่ยนแปลงเพียงแค่วัสดุ
 
ความแตกต่างของ "คุณค่า" มันมีอะไรให้มองให้คิดมากมายจริง ๆ
 
 
 
 
จบวาระ "น้ำเน่า" แห่งชาติ อีกหนึ่งวาระ
ของเวลาอู้งานวันนี้
 
 
 
 
เข้ามาเพิ่มเติม...วันนี้...เมื่อในอดีต
 
22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2514
 
โกมล คีมทอง 

บัณฑิตหนุ่มจากรั้วจุฬาฯ ซึ่งอุทิศตนให้แก่อาชีพครู
และเข้าไปตั้งโรงเรียนสอนหนังสือใน จ.สุราษฎร์ธานี 
ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงเสียชีวิต
เพราะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นสายลับให้รัฐบาล
แม้ขณะนั้นเขาจะมีอายุเพียง 25 ปี
 
และเขาดำเนินชีวิตครูตามปณิธานที่ตั้งไว้ได้ไม่ถึง 10 เดือน
หากแต่ข้อเขียน ความคิด และอุดมคติของเขา 
ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลังจำนวนมาก 
 
กล่าวกันว่าเขาคือแบบอย่างแห่งความเสียสละ
ซึ่งหาได้ยากในกลุ่มคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน
 
ปล...คนดี แม้ร่างกายจะจากไป
จิตวิญญาณไม่เคยหายไปไหน
มันเบ่งบานถ่ายทอดออกมามากบ้างน้อยบ้าง
แต่มันก็มิเคยสูญเปล่า...
 
RIP คุณโกมล คีมทอง และครอบครัว...ครับ!!!